วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ชี้หวั่นกระทบภาพลักษณ์-เบี้ยประกันญาติ"เดวิด"ยังปักใจฆาตกรรม

เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ฟันธงญาติ "เดวิด คาร์ราดีน" ปักใจแก๊งอั้งยี่ลับฆาตกรรมอำพราง เหตุตายผิดธรรมชาติ หวั่นดาราดังฮอลลีวู้ดเสียภาพลักษณ์-เอี่ยวกระทบรับเบี้ยประกันชีวิต ด้าน รอง ผบช.น.สั่งตั้งคณะทำงานชุดพิเศษลุยสอบข้อเท็จจริง
การเสียชีวิตของนายเดวิด คาร์ราดีน วัย 73 ปี ดาราฮอลลีวู้ดชื่อดัง ภายในห้องพักโรงแรมปาร์ค นายเลิศ แรฟเฟิลส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ถนนวิทยุเหนือ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ยังได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะสาเหตุการตายอย่างผิดธรรมชาติ ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ของไทย เปิดเผยถึงกรณีที่ญาติของดาราดังตั้งประเด็นการเสียชีวิตอาจจะเป็นฆาตกรรม ว่า ต้องเข้าใจว่าผู้เสียชีวิตเป็นดาราดังมีคนรู้จักทั่วโลก หากสาเหตุการตายเกิดจากการฆ่าตัวตายด้วยเรื่องที่เกี่ยวกับกามวิตถาร จะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงขนาดไหน
"อีกทั้งบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับนี้ จะต้องมีเรื่องการทำประกันชีวิตเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน ถ้าเป็นการฆ่าตัวตายจะมีผลกระทบต่อการรับเบี้ยประกันชีวิต ดังนั้นเป็นไปได้ที่ญาติจะต้องตั้งประเด็นข้อสงสัย เพื่อรักษาเกียรติและชื่อเสียงของผู้เสียชีวิต รวมถึงประเด็นการทำประกันชีวิตเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย" แหล่งข่าวรายนี้ตั้งข้อสังเกต
ส่วนการประชุมพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา แหล่งข่าวคนเดิม กล่าวว่า พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) สั่งตั้งคณะทำงานชุดพิเศษขึ้นมา 1 ชุด เพื่อรวบรวมหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ รวมทั้งพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุที่จะต้องมีการเก็บรายละเอียดให้ครบถ้วน ให้ได้ข้อเท็จจริง จากนั้นจะนำมาประชุมสรุปหาสาเหตุที่แท้จริงกันอีกครั้ง คาดว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ เพราะอย่างน้อยจะต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากห้องปฏิบัติการทางการแพทย์เกี่ยวกับการค้นหาสารพิษในกระเพาะของผู้เสียชีวิต ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นจากหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นการตายโดยผิดธรรมชาติ เนื่องจากเชือกรัดคอนายเดวิดจนขาดอากาศหายใจ เพราะหากเป็นฆาตกรรมคงจะเป็นเรื่องยาก เนื่องจากภายในโรงแรมใหญ่ระดับนี้ จะต้องมีกล้องวงจรปิดคอยจับความผิดสังเกตต่างๆ ไว้ตลอดเวลา คาดว่าผู้กระทำผิดคงไม่คิดที่จะกล้าลงมือในโรงแรมใหญ่อย่างนี้ นอกจากนี้จากหลักฐานในการใช้คีย์การ์ดรูดผ่านประตูเข้าออกภายในห้องพัก ระบุชัดเจนว่า เป็นการใช้รูดเข้าในห้องพักช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. เพียงครั้งเดียว โดยไม่มีการเข้าออกอีกเลย ซึ่งตรงกับการให้ปากคำของพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ในเบื้องต้นที่ระบุว่า หลังจากนายเดวิดเลิกดื่มกินที่บริเวณสระน้ำของโรงแรมได้กลับเข้าห้องพักเพียงลำพัง โดยมี รปภ.ตามดูแลอำนวยความสะดวกจนถึงห้องพักในช่วงเวลาดังกล่าว โดยไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด
ส่วนกรณีสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) จะส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมตรวจสอบคดีการเสียชีวิตของนายเดวิดนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า คงต้องพิจารณาดู เพราะสามารถมีความร่วมมือกันได้ หากใครอยากเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ เมื่อถามว่ารัฐบาลจำเป็นต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้โดยเฉพาะหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติคงต้องชี้แจงแนวทางการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้ทราบ นอกจากนั้นผู้ที่ให้ข้อมูลในเรื่องนี้ต้องมีความระมัดระวัง เพราะอาจไปกระทบกระเทือนต่อสิทธิส่วนบุคคล ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้
วันเดียวกัน ที่อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นายสุนทร จันทร์รังสี รองประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ คนที่ 1 และประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมจริยธรรม กล่าวถึงการลงข่าวและภาพข่าวการเสียชีวิตของนายเดวิดว่า อาจจะเข้าข่ายการละเมิดข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ พ.ศ. 2541 ข้อ 15 ที่ระบุว่า “การเสนอข่าวหรือภาพข่าวใดๆ หนังสือพิมพ์ต้องคำนึงมิให้ล่วงละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ของบุคคลที่ตกเป็นข่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องให้ความคุ้มครองอย่างเคร่งครัดต่อสิทธิมนุษยชนของเด็ก สตรีและผู้ด้อยโอกาส ในการเสนอข่าวตามวรรคแรก ต้องไม่เป็นการซ้ำเติมความทุกข์ หรือโศกนาฏกรรมอันเกิดแก่เด็ก สตรีและผู้ด้อยโอกาสนั้นไม่ว่าทางใดหรือหนึ่ง” และข้อที่ 17 ที่ระบุว่า “หนังสือพิมพ์ต้องไม่เสนอภาพข่าวที่อุจาด ลามกอนาจาร หรือน่าหวาดเสียว โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของสาธารณชน อย่างถี่ถ้วน”
นายสุนทรกล่าวด้วยว่า แม้ในข้อเท็จจริงพบว่า หนังสือพิมพ์ได้ใช้เทคนิคการพราง เพื่อมิให้เห็นภาพศพของผู้ตายได้ชัดเจน และยังเห็นว่าการเสนอภาพข่าวดังกล่าว เป็นการนำเสนอเพื่อประกอบเนื้อหาข่าว ซึ่งเป็นความพยายามปฏิบัติตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ อย่างไรก็ตาม เห็นว่า หากการพรางภาพให้มีลักษณะสีดำทึบ หรือเสนอเพียงภาพบรรยากาศของสถานที่เกิดเหตุเท่านั้นก็จะเป็นการดีกว่า นอกจากนี้ยังมีข้อวิจารณ์ถึงกรณีการเสนอข่าวเรื่องเดียวกันที่มีลักษณะชี้นำประเด็นการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยการสัมภาษณ์แพทย์ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชันสูตรพลิกศพตามกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งอาจนำไปสู่การละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ตาย จึงขอให้หนังสือพิมพ์ที่เป็นองค์กรสมาชิกระมัดระวังในการเสนอข่าวลักษณะดังกล่าวด้วย

ที่มา คมชัดลึก



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น